รวดเดียว 3 ราย!เนวินคอนเฟิร์มคว้า “กูเอสตา-บูเอโน” พ่วงแข้งโปฮัง

นายใหญ่ปราสาทสายฟ้า คอนเฟิร์มการเสริมทัพสามผู้เล่นต่างชาติร่วมทวงคืนแชมป์ลีก 2020
เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด การันตีการคว้าตัว เบร์นาร์โด กูเอสตา กองหน้าชาวอาร์เจนตินา ของ เมลการ์ ทีมในลีกสูงสุดเปรู มาร่วมทัพในฤดู 2020 เป็นที่แน่ๆแล้ว พร้อมบรรลุสัญญาเซ็นสัญญา ริคาร์โด บูเอโน กองหน้ารายใหม่จาก เซนโทร สปอร์ติโว อลากัวโน ในเซเรีย เอ ของบราซิล มาร่วมทัพอีกราย   ufa1688 

ปราสาทสายฟ้า ปล่อยผู้เล่นออกจากทีมหลายรายในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่ปัจจุบันจะได้หัวหอกวัย วัย 30 ปี ดีกรีดาวซัลโวลีกเปรู มาร่วมทัพ รวมทั้ง ริคาร์โด บูเอโน กองหน้าวัย 32 ปี ที่พึ่งกลายเป็นข่าวกับทีม เผ่านาเสริมแกร่งความแกร่งในแนวรุกฤดู 2020 ซึ่งทั้งคู่ได้ลงฝึกซ้อมกับทีมเป็นที่เรียบร้อย

“ปี 2019 ถือเป็นปีที่แย่มากสำหรับผลการแข่งขัน เราต้องทำให้ดีในปีนี้ และทวงตำแหน่งแชมป์ให้ได้ เรารู้ว่าทุกทีมพัฒนาขึ้น” นายใหญ่ ปราสาทสายฟ้า เริ่มกล่าว

“สิ่งที่เราต้องทำมีสองภารกิจคือ ทวงแชมป์คืนมาให้แฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และสองพัฒนาอคาเดมีให้เติบโตเป็นกำลังหลักของแวดวงบอลไทย และทีมชาติไทยให้ดีมากยิ่งกว่าที่มีอยู่”

“เวลานี้เราบรรลุสัญญากับ กูเอสตา ผู้เล่นอาร์เจนตินา ที่เป็นดาวซัลโวของลีกเปรู ได้มาซ้อมกับบุรีรัมย์แล้ว อีกคนคือ ริคาร์โด บูเอโน ซึ่งเล่นอยู่ในเซเรียเอ บราซิล ได้เซ็นสัญญาเรียบร้อย และมาซ้อมกับบุรีรัมย์แล้ว”

ขณะเดียวกันได้เปิดเผยว่าเวลานี้ได้เซ็นสัญญากองกลางจากสโมสรโปฮัง สตีลเลอร์ ในเคลีก กาหลีใต้ เผ่านาร่วมทีมอีกราย “เราเหลือจิ๊กซอว์คนสุดท้ายคือโควตาเอเชีย ตอนนี้เราปล่อยยืมโฮโซไก ให้ บียู ไปแล้ว แต่เราบรรลุคำสัญญากับมิดฟิลด์จากเกาหลีของสโมสร โปฮัง สตีลเลอร์ เขาจะมารับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้”

นอกจากนี้ได้ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับความไว้ใจให้ โบซิดาร์ บันโดวิช นั่งตำแหน่งกุนซือต่อไปในฤดู 2020 แม้พลาดพาทีมคว้าแชมป์ลีกในปีที่ผ่านมาว่า

“ผมมองว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นที่กุนซือ ผลการแข่งขันแม้ว่าเราจะแพ้ด้วยเฮดทูเฮดแต่แต้มเท่ากันในสภาพทีมที่ในปี 2019 พิการมาก เพราะเราพึ่งพาเด็กไทยอย่างเดียวหลายเป็นเด็กไทยแบกผู้เล่นต่างชาติในฤดูที่ผ่านมา”

“ความดีเลิศของบันโดวิชก็มีเขาทำให้นักเตะอย่าง สุภโชค สารชาติ, แบงค์ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด ที่โตขึ้นมาพัฒนาขึ้นมา ผมว่าสิ่งที่เขาได้ทำให้บุรีรัมย์ และแวดวงบอลไทย ถือว่าผมรับได้”

“ถ้าเป็นทีมอื่นที่สภาพหน้าเป้าต่างชาติพิการสองคนแบบงี้ และมิดฟิลด์โควตาเอเชียนไม่ได้ต่างจากมิดฟิลด์ไทย ผมว่าถ้าเป็นทีมอื่นคงประคองทีมจบด้วยแต้มเท่าของตารางไทยลีกไม่ได้ ฉะนั้นไม่ใช่ความผิดของบอสโก”

“ในปีหน้า บุรีรัมย์ จะแข็งแรงกว่าเดิม ทั้งในแง่นักเตะอาร์เจนตินาหรือบราซิล และเกาหลีที่มาเล่นให้กับเรา ก็พบกันครับทุกทีมบอลไทยจะสนุกขึ้นอีกเยอะ แต่จะแบบไหนไม่รู้ ผมไม่พูดว่ากี่แชมป์ แต่ผมรู้ว่าความผิดพลาดในปีนี้จะไม่เกิดขึ้นกับปี 2020 อีกต่อไป” เนวิน ทิ้งท้าย   ในส่วนของอาการบาดเจ็บ ที่ทางฟีฟ่าถือว่าอยู่ในเงื่อนไข และสามารถชดเชยได้ คืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นผ่านการเล่นบอล ต่อร่างกายของผู้เล่น ไม่ว่าจะบาดเจ็บด้วยตนเอง หรือเกิดจากการปะทะกับคู่ต่อสู้ก็ตาม รวมไปถึงอาการที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฮีตสโตรค รวมทั้งโรคประจำตัวกำเริบ ระหว่างทำการแข่งขัน

ด้านข้อกำหนดในการจ่ายเงินชดเชย ฟีฟ่าจะคิดตามวันที่ผู้เล่นต้องพักรักษาตัว จากอาการบาดเจ็บ โดยเงินที่ฟีฟ่าจะจ่ายในแต่ละวัน มาจากฐานเงินเดือนของผู้เล่น

เช่น ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ 70 วัน และมีเงินเดือน เดือนละ 300,000 บาท สโมสรจะได้รับเงินชดเชยจำนวน 700,000 บาท ซึ่งมาจาก เงินเดือนของผู้เล่น (300,000 บาท) หารด้วย 30 และคูณด้วยจำนวนวันที่ต้องพักรักษาตัว (70 วันในกรณีตัวอย่าง)

สำหรับการชดเชยจากฟีฟ่า จะสิ้นสุดลงทันที หากนักเตะสามารถกลับมาฝึกซ้อม ได้อย่างบริบูรณ์เต็มกำลังอีกที หรือหากนักเตะหมดสัญญากับต้นสังกัด ฟีฟ่าก็จะหยุดการจ่ายเงินชดเชยทันที

ดังนี้แผนการ FIFA Club Protection Programme จะชดเชยค่าเหนื่อยของผู้เล่น เป็นระยะเวลา 1 ปีแค่นั้นหากผู้เล่นบาดเจ็บยาวเกิน 1 ปี ในเวลาที่เหลือ สโมสรจะไม่ได้รับเงินชดเชยจากทางฟีฟ่า

#FIFAClubProtectionProgrammeกับบอลไทย

สำหรับสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ก็ได้เล็งเห็นความจำเป็น ในการเยียวยาสโมสร ที่มีนักเตะบาดเจ็บจากการรับใช้ทีมชาติเช่นเดียวกัน จึงเป็นหนึ่งในชาติสมาชิก ที่ขอร่วมโครงงาน FIFA Club Protection Programme

โดยสโมสรไทยสโมสรแรก ที่ขอรับเงินชดเชยจากแผนการนี้ คือสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี จากการที่ สุพรรณ ทองสงค์ กองหลังของทีม ได้รับบาดเจ็บยาวกว่า 28 วัน จากการลงเล่นให้กับทีมชาติไทย ในการแข่งขันรายการคิงส์ คัพ 2019 ซึ่งถือว่าเป็นเกมทีมชาติระดับ International ‘A’ Matches ผ่านการรับรองของฟีฟ่า

และทางสมาคมฯ ก็ได้ให้การส่งเสริมด้านข้อมูลต่างๆ แก่สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ให้สามารถดำเนินการตามเงื่อนไข จนฟีฟ่าอนุมัติเป็นผลสำเร็จ

ซึ่ง ธนัชพร นาคเลขา เลขานุการสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี อธิบายว่า “ด้วยความที่เคสนี้เป็นเคสแรกของเมืองไทย ทำให้ระหว่างทาง เราก็ได้มีการประสานกับคุณพาทิศ (รองเลขาธิการข้างต่างประเทศ สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ) ตลอด ว่าจำเป็นที่จะต้องทำอย่างไร”

“หลังจากแพทย์มีผลตรวจวินิจฉัยว่า สุพรรณต้องพักรักษาตัวนานกว่า 28 วัน เราก็ต้องส่งเอกสารให้กับทางฟีฟ่า เช่น ผลตรวจของผู้เล่น, แมทช์รีพอร์ตในวันนั้น, รายละเอียดของอาการบาดเจ็บ รวมทั้งคลิปวีดีโอจังหวะที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ”

“ซึ่งสมาคมฯ ก็ช่วยในเรื่องของข้อมูลเกี่ยวกับวันแข่ง, แมตช์รีพอร์ท, วินาทีที่นักกีฬาเจ็บ, หลักฐานอื่นๆ เช่น รูปภาพ หรือข้อมูลส่วนไหนจากฟีฟ่าที่ไม่ชัดเจน คุณพาทิศก็แจกแจงให้ ซึ่งหลักฐานที่มีต้องชัดเจน และสอดคล้องกันหมด เพื่อให้เป็นหลักฐานให้ทางฟีฟ่าพิจารณา”

“ขั้นตอนที่เราส่งเอกสารพูดคุยกับฟีฟ่า ก็ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการปกติ ไม่ได้ถือว่าช้า พอหลังจากจบ 2 เดือนที่ฟีฟ่าสรุปได้ว่า เขาจะชดเชยเงินให้เท่าไหร่ หลังจากนั้นฟีฟ่าก็จะไป ดำเนินการต่อ เพื่อให้จ่ายเงินชดเชยให้เรา รวมระยะเวลาทั้งหมด ที่สโมสรจะได้เงินคืนก็ประมาณ 3-4 เดือน”

ดังนี้หากไม่มีหลักฐานการันตีที่เชื่อถือได้ หรือฟีฟ่าพบว่านักเตะมีอาการบาดเจ็บติดตัว มาตั้งแต่ตอนเล่นกับสโมสร ฟีฟ่าจะไม่จ่ายเงินชดเชยให้

“ซึ่งแผนการนี้ก็ถือว่าแฟร์ดี เพราะเราส่งนักกีฬาของเราไปเล่นให้ทีมชาติ แล้วเจ็บกลับมา สำหรับในกรณีของเชน (สุพรรณ ทองสงค์) ก็ถือว่าโอเคสำหรับตัวสโมสรนะ เพราะระหว่างที่น้องเจ็บ เราก็จ่ายเงินน้องปกติ ก็ถือว่ายังได้อะไรเยียวยากลับมาบ้าง ตอนที่นักเตะคนสำคัญของเราลงเล่นไม่ได้” ธนัชพร นาคเลขา ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *