PREVIEW TOYOTA THAI LEAGUE :

โตโยต้า ไทยลีก 2019 แข่งขันกันต่อเนื่อง ปัจจุบันมาถึงนัดที่ 24 ความพร้อม 4 คู่วันเสาร์เป็นอย่างไร เช็คที่นี่

13) พีที ประจวบ – ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (4)

เวลา 17.45 น. ที่อ่าว สเตเดียม ถ่ายทอดสดทาง True Sport HD2 / True Sport 2

ต่อพิฆาต ปัจจุบันชนะจุดโทษ สิงห์ เชียงรายฯ ด้วยสกอร์รวม 7-6 นอกจากผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศโตโยต้า ลีก คัพ เป็นนัดแรก

ยังเป็นการปลดล็อคคว้าชัยในรอบ 5 เกมรวมทุกรายการ ที่สำคัญยังไร้ปัญหาจัดทัพ คาดว่าแกนหลักอย่าง จิตปัญญา ทิสุด, อัดนัน โอราโฮวัช และ เมารินโญ

แข้งเทพ ปัจจุบันเปิดบ้านชนะชัยนาท ฮอร์นบิล 2-0 ปลดล็อคคว้าชัยในลีกรอบ 5 เกมได้สำเร็จ แต่ความพร้อม ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน เนลสัน โบนิญา, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และ ทริสตอง โด ที่มีอาการบาดเจ็บ

รวมทั้ง ปกเกล้า อนันต์ ที่ติดโทษแบน นอกนั้นอยู่กันครบ โดยเฉพาะ การได้ เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส กลับมาเป็นตัวจริง ร่วมกับแกนหลักอย่าง สรรวัชญ์ เดชมิตร, วานเดอร์ หลุยส์ และ มานูเอล ทอม เบียรห์

(14) ชัยนาท ฮอร์นบิล – สมุทรปราการ ซิตี้ (5)

เวลา 18.00 น. ที่เขาพลอง สเตเดียม ถ่ายทอดสดทาง True Sport HD3

นกใหญ่พิฆาต ปัจจุบันบุกเสียท่า ทรู แบงค็อกฯ 2-0 ไม่ชนะใครลีกเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แต่เกมนี้จะได้ ริคาร์โด ซานโตส พ้นโทษแบนกลับมา

พร้อมลงสนามร่วมกับแกนหลักอย่าง ปริญญา อู่ตะเภา, ฉัตรมงคล ทองคีรี และ คาซูกิ มูราคามิ

เขี้ยวสมุทร ปัจจุบันเปิดบ้านแพ้ สิงห์ เชียงรายฯ 0-3 ปราชัยในลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งยังยังขาด นพพล พลคำ ที่ติดโทษแบน

แต่ก็จะได้ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ฟิตกลับมาเป็นตัวจริง พร้อมกับแกนหลักอย่าง อริส ซาฟิโรวิช, ชญาวัต ศรีนาวงษ์ และ อิบสัน เมโล

(2) สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – สุโขทัย เอฟซี (12)

เวลา 20.00 น. ที่สิงห์ สเตเดียม ถ่ายทอดสดทาง True Sport 2

กว่างโซ้งมหาภัย ปัจจุบันพ่ายจุดโทษ พีที ประจวบฯ ด้วยสกอร์รวม 6-7 ตกรอบรองชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ เป็นที่เรียบร้อย และ ขณะนี้ เหลือลุ้นแชมป์เพียงแค่ในลีกเท่านั้น

โดยความพร้อมจะได้ ชัยวัฒน์ บุราณ พ้นโทษแบนกลับมา นอกนั้นก็อยู่กันครบ นำโดย บิลล์ โรซิมาร์, วิลเลียม เอ็นริเก และ เอกนิษฐ์ ปัญญา

ค้างคาวไฟ ปัจจุบันเปิดบ้านสมานฉันท์ พีที ประจวบฯ 1-1 ไร้พ่ายในลีกเป็นนัดที่ 3 ติตด่อกัน แต่เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เออร์วิน เฮร์เรรา

และ พงษ์งาม หลิวรุ่งเรืองกิจ ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นอยู่กันครบ นำโดย จอห์น บาจโจ, โจเอล ซามี และ จุง เมียง โอ

สภาพความพร้อม
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (1) : ปราสาทสายฟ้า ปัจจุบันชนะ หนองบัว พิชญ เอฟซี 2-0 ผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ และเป็นการคว้าชัยนัดที่ 4 ติดต่อกันรวมทุกรายการ

แต่เกมนี้ยังจะไม่มี โบซิดาร์ บันโดวิช ยืนคุมทัพ เนื่องจากว่าติดโทษแบน ส่วนความพร้อมเรื่องตัวผู้เล่น ถือว่าแกนหลักอยู่กันครบ นำโดย อันเดรส ตูเญซ, ศศลักษณ์ ไหประโคน และ สุภโชค สารชาติ

ราชบุรี มิตรผลฯ (8) : ราชันมังกร ปัจจุบันเปิดบ้านเจ๊า พีทีที ระยอง 1-1 ไม่แพ้ใครในลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน โดยเกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ฮาเวียร์ ปาติญโญ ที่ติดสัญญายืมตัว

แต่ยังมีข่าวดีเมื่อจะได้ทั้ง สตีเฟน ล็องจิล และ ลอสเซมี คาราบูเอล หายเจ็บกลับมาเป็นตัวจริง ร่วมกับแกนหลักอย่าง กฤษณนน ศรีสุวรรณ, จักรพันธ์ พรใส และ ยู จุน ซู ที่กลับมาเยือนถิ่นเก่านัดแรก
สถิติและข้อมูลที่น่าสนใจ
– ทั้งคู่เคยพบกัน 15 นัดรวมทุกรายการ ปรากฎว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เหนือกว่าชัดเจน เมื่อชนะ 10 เสมอ 2 และแพ้ 2 นัด

– ปัจจุบันที่พบกัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พึ่งจะบุกไปชนะ ราชบุรี มิตรผลฯ 2-1 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 เลกแรก

– อย่างไรก็ตามแม้สถิติโดยรวมจะเป็นรอง แต่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้ชื่อว่าเป็นทีมแรกที่เคยบุกชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ถึง 2 ปีติดต่อกัน เริ่มจาก ฤดู 2016 บุกชนะ 1-0 และ ฤดู 2017 บุกชนะ4-3

– การพบกันของทั้งคู่ ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพียง 1 นัดแค่นั้นคือเกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอ ราชบุรี มิตรผลฯ 0-0 ในโตโยต้า ไทยลีก 2014 เลกแรก

– บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านเกมลีก ฤดูนี้

– ขณะที่ ราชบุรี มิตรผลฯ เล่นเกมเยือน 5 นัดหลังสุด ชนะเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *